im tired *
สวัสดีตอนเช้าของเดือนกันยายน
(เดือนของกูเองแหละใครจำไม่ได้อย่าหวังว่าจะได้อยู่บนโลกนี้อย่างมีค.สุข !!)55
ช่วงนี้(ตั้งแต่วันที่21ส.ค.-ปัจจุบัน)รู้มั้ยว่ากูเหนื๊อยเหนื่อยยย งานเย๊อะเยอะ(เพิ่งรู้สึกตอนปี2)
ตื่นก็เช้าๆไม่เช้าหรอกเพียงแค่อารมแบบยังอยากนอนต่อ นั่นละกูเรียกว่าเช้า 55
รึอีกอย่างมันเป็นการตื่นที่ .. กูไม่ได้ตื่นแบบauto นึกออกชิมิ แล้วแบบทุกวันก้จะ
ปวดหัวตึ๊บๆเหมือนคนนอนไม่พอ เพราะกลับมาบ้านทีไรพอประมานเย็นๆจนถึงทุ่มกว่า
กูจะเริ่มง่วงแล้วว แล้วกูก้จะไปนอนน แล้วก็จะตื่นแบบautoตอนประมาน3ทุ่มได้
เป็นอย่างนี้ทุกวันไม่รู้ทำไม ?? กูฝืนไม่ได้วะที่จะแบบหลับทีเดียวเลย
ชีวิตมหาลัย .. .น้องๆบางคนที่เรียนม.ปลายอยู่อาจจะคิดว่า
มันดี มันอิสระ ก็ใช่มันอิสระ นั่นแหละที่ได้อยู่อย่างเดียวจากมหาลัย
ไม่มีใครมาบังคับเรา ไม่มีกฎ ไม่มีใครมาคอยสั่ง ไม่มีใครมาคอยจี้
อยากแต่งตัวยังไงก็ได้เสื้อรัดติ้ว กระโปรงสั้นจนจะเหน..ก็ไม่มีใครมาว่า
หัวมึงจะซอย จะทำเหี้ยไร จะทำสีไร ก็ได้ จะแรดแค่ไหน จะร่านขนาดไหน
ก็ไม่มีใครมาสนใจ แค่นั้นละที่ได้จากมหาลัย !!!
แต่ .. พอได้มาเจอกับตัวเองแล้วภาพที่รุ่นพี่เคยพูดกันมาว่า
ชีวิตม.ปลายดีที่สุดแล้ว กูขอยืนยันและกูคิดว่าใครอีกหลายคนก้คงยืนยันด้วย
มหาลัย .. สังคมมันกว้างจะเจอเพื่อนดีรึไม่ดีก็อยู่ที่พรหมลิขิตแหละ
แต่สำหรับกูกูโชคดีด้านนี้นะ :)) แต่เรื่องเรียนสิ๊ เห้ออ..แย่คะสอบมิดเทอม
ถ้าคะแนนไม่ดี คะแนนเก็บไม่ค่อยมีก็ต้องดร็อปเพราะถ้าไฟนอลทำได้ไม่ดีขึ้นมา
F มันจะลอยมาแล้วมันจะเปนอะไรที่ซวยมาก เกรดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เราทั้งหลายก็เลยต้องdropกันให้พรึบ ส่วนเกณฑ์การวัดเกรดก้นะ เหี้ยได้อีก
ไม่มีมาตรฐาน แม่งอิงกลุ่มคะแนนในแต่ละปีแต่ละวิชาแต่ละคณะ
เพื่อ ..ไรวะ แม่งกดดันชิบหายย กูละเซ็ง อย่างนี้ไม่ให้แข่งกับคนอื่นยังไงละ
เพราะมันเกาะกันไปเป็นกลุ่ม เครียดว๊ะเซ็งเหนื่อย ท้อ งานก้เยอะ
กูสรุปให้เลยน๊ะ มหาลัยต้องยืนด้วยตัวเองต้องช่วยตัวเองต้องทำของตัวเองให้ดีที่สุด
เพราะเราไม่รู้ว่ามีคนอื่นที่ดีกว่าเรามั้ย เหมือนกับแข่งกับตัวเองแหละแต่รวมๆแล้ว
กูมองว่า มันสอนให้แต่ละคน "เห็นแก่ตัว" เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง
ถ้าเกรดเราไม่ถึง1.75(รึเค้าเรียกกันว่าติดโปร)ใครจะช่วยเราได้นอกจากตัวเราเอง
เพื่อนหรอ .. มันจะช่วยไรเราได้ เรามากกว่าที่ต้องช่วยตัวเองก่อนก่อนที่จะให้คนอื่นช่วย
เปรียบเทียบชีวิตม.ปลาย-มหาลัย
{ม.ปลาย}                                                                                                                                    {มหาลัย}
เข้าเรียนสาย ไม่ส่งการบ้านมีอ.มาคอยดุด่า                        เรื่องของมึง อ.มีหน้าที่สอนก็สอนไป     
ไม่อยากเรียน ก็โดดไม่ได้อ.ด่า                                                          อยากเดินออกก็เชิญตามสบาย
เพื่อนใช้ชีวิตด้วยกันนานกว่าใกล้ชิดกว่า                                  ใครก็ไม่รู้มาจากหลายที่ร้อยพ่อพันแม่
เรียนห้องเดิมตลอด3ปี                                                                                      เปลี่ยนแม่งทุกเทอม
นอนบ้าน นั่งรถเมล์ไม่กี่ป้ายไปรร.                                                      นอนบ้าน นั่งรถตู้ไปหลายป้ายเลยย
เลิกเรียน นั่งเล่นนั่งเมาท์มีกก.ทำกันใต้ตึก                          เลิกเรียนต่างคนต่างกลับยากที่จะเจอ
เวลาเรียนตรงกันเข้าเรียนพร้อมกันพักพร้อมกัน            เรียนไม่ตรงกัน คนละห้องคนละสาขา
เดินกลับบ้านด้วยกันระหว่างทางแซวกันฮากันไป        ประมานว่ากูรีบรถก็ติดงานก็เยอะ
                                                                                               
ก้มลงดู รู้สึกรับรู้ความรู้สึกของตัวเอง ใจของเราเผลอออกไป
วุ่นวายกับสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลา พอใจมันเหน็ดเหนื่อย ปั่นป่วน
ใจก็ยิ่งวิ่งไปทำไปดูไปคิด มากขึ้นไปอีก ใจของเราแก้ปัญหาผิดที่ เดินทางผิด
และเราไม่ได้เหนื่อยเฉพาะในวันนี้ ที่ต้องวิ่งวุ่นตั้งแต่เช้าจนค่ำ
แต่เป็นทั้งชีวิตที่ผ่านมาใจของเราขึ้นๆลงๆ เหมือนรถไฟเหาะตีลังกา
เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ มีความสุข มีความทุกข์สลับไปสลับมาไม่มีที่สิ้นสุด
หลายคนเหนื่อยอย่างนี้ตั้งแต่เกิดจนตาย
- - ยาก ไม่ใช่เหรอ ในการจะกระทำอะไรๆก็ตาม
บางทีมันขาดความ"เป็นธรรมชาติ"ไป ขาด ความเป็นตัวของตัวเอง
เหนื่อยล้า แต่ก็ต้อง "ฝืน"ยิ้ม^^"
แม้จะบอกว่าบางอย่างควรทำอย่างที่อยากทำ บางอย่าง ควรพูด เพื่อให้คนอื่นเข้าใจเรา...
แต่หาก..พูดไป ก็จะถูกหาว่า"เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ"ล่ะ
ก็เพราะไม่ใช่คิดถึงความรุ้สึกของคนอื่นหรอกเหรอ ถึงไม่อยากทำ
เมื่อสักวัน ที่เราอยากลองบอกว่าตัวเราต้องการอะไร
ที่มันอาจตรงข้ามกับสิ่งที่คนอื่นต้องการมานั้น
เราก็จะถูกมองว่าเป็น"เด็กดื้อ"ขึ้นมาทันที
แล้วควรทำยังไงล่ะ เมื่อเกิดความอึดอัด
ทำยังไงเมื่ออยากบอกสิ่งที่อยุ่ในใจ...
นอกจากทำเป็นรับได้ทุกอย่าง..
ไม่ใช่เด็กดีอะไรเลย เพียงแค่เด็กธรรมดา
ที่มีความต้องการ และมีสิ่งที่อยากได้บ้าง
มีสิ่งที่คิดเอง หรือสิ่งที่ไม่เข้าใจเหมือนกัน
เริ่มโตเริ่มคิด...เหมือนยิ่งทำอะไรไม่ได้..
ไม่อยากโต ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่
เรื่องบางเรื่องก็อยากทำเป็นไม่เข้าใจ
.....หากนับวันก็ต้องใส่หน้ากากสีไม่เป็นไร
รูปทรงยิ้ม ที่ทำด้วยการพยายามฝืนทน...
หากถูกสอนแต่แรกให้"เข้าใจ" คงดีกว่า ถูกสอนทีหลัง"ให้อดทนและต้องพยายาม"
ในเมื่อ ณ วันเวลานี้ยังมีตัวเองที่เหลืออยู่ให้ตัวเราเองเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่หลงเหลือ
ตัวเราคือเพื่อนแท้คนเดียวที่จะยังไม่จากไปไหนปลุกปลอบตัวเอง อยู่เป็นเพื่อนกับตัวเอง
หากสามารถดูแลตัวเองได้อย่างดีที่สุดคนเราก็จะเข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง
แม้ไร้กำลังใจ.......จากคนอื่น...
ในชีวิตมีหลายทางเลือกให้เลือกเดิน....
ถ้าเป็นมึง...มึงจะเลือกทางไหน??
ทางแรก....เป็นทางที่มีผู้คน เพื่อนมากมายแต่กลับ
รู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้าง....ไม่มีใครเข้าใจ
มีแต่การพูดจาทำร้ายจิตใจ....
ถ้าจะเลือกทางแรก อาจมีเหตุผลเพราะว่า...
กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว..กลัวที่ใครจะนินทาว่าเป็น หมาหัวเน่า...ไม่มีคนคบ
กลัวสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า?...
ทางที่สอง เป็นทางที่ไม่มีใคร อ้างว้าง...แต่....
ภายในใจของเรารู้สึกอบอุ่น...มีความสุข
กับการที่ได้เดินในทางที่สอง
ถึงแม้ว่า.....
ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนมากมาย....มาเดินเคียงข้าง
แต่....กลับรู้สึกว่าการที่อยู่ตัวคนเดียว ยังรู้สึกสบายใจ...มีความสุข
มากกว่าอยู่กับเพื่อนมากมาย ที่เรารู้สึกว่า เค้าไม่เคยที่จะรักเราเลย.....
เลือกที่จะมีความสุข...อย่ากลัวที่จะโดดเดี่ยว....
ตัดสินใจคิดให้ดีว่าจะเลือกทางไหน...
ที่มันจะไม่ทำให้เราเสียใจในภายหลัง.....!!
พยายามจะอยู่คนเดียว พยายามไม่สนใจ
พยายามไม่เป็นอะไร ทำตัวเองให้แข็งแรง
แต่ความรู้สึก...ก็ยัง ยังเหมือนเดิม
ต่อให้ทุกอย่าง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป...
* ทำไมต้องเสียน้ำตา อย่างง่ายดายให้กับเรื่องเดิมๆ
รู้สึก...ไม่เข้าใจตัวเอง...ซักที...
บางทีไม่รู้ทำไม ต้องเป็นคนที่อ่อนไหวทุกที
ร้องไห้....กับเรื่องเดิมๆ อย่างนี้
พยายามดูแลตัวเอง พยายามหลุดพ้นไป
พยายามจะทำยังไง ใจมันยังไม่แข็งพอ
กับความรู้สึก...ที่ยัง ยังเหมือนเดิม
ต่อให้ทุกอย่าง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป....
 

1601 *
โอ๊ยยสับสน เหนื่อยเว่ย
เหนื่อยกายเหนื่อยใจท้อ
ไม่เข้าใจ ...