เมลนี้อีแป้งzzmส่งมาให้ เอ๊ะมันหลอกด่ากูทางอ้อมรึป่าววว ??
555555555555555
แต่กูว่าที่เค้าเขียนมาเนี่ยตรงดีว๊ะ เอามาให้ดูกัน
เผื่อคนส่วนใหย่จะไม่ได้เมลนี้ อิอิ
มันเป็นกระแสที่ตอนนี้สังคมกำลังจับตามอง
กูไม่ได้เขียนขึ้นมาเองน๊า
อ้างอิงจากhotmail !!

"แอ๊บแบ๊ว" น่ารัก หรือดัดจริตจนเกินงาม
เด็กไทยรุ่นใหม่ติดพฤติกรรมนี้ ต้องทำหน้าตาบ้องแบ๊ว
พูดจาบีบเสียง ไม่ชัดถ้อยชัดคำ กลุ่มเฝ้าระวังชี้เป็นพฤติกรรมซึมซับ
เนื่องจากสังคมไทยยุคนี้ตาบอดสี แนะผู้ใหญ่ต้องไม่โทษกันและต้องเปิดใจกว้าง
เข้าไปอยู่ในโลกของเด็กบ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจและหาทางแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระแสคิกขุอาโนเนะเกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศไทย
โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก
เป็นเทรนด์ที่เลียนแบบมาจากวัยรุ่นญี่ปุ่น  แต่ในปัจจุบันกระแสนี้กลับเปลี่ยนไป
โดยหลายคนอาจจะเคยได้ยินคือ "แอ๊บแบ๊ว"
แต่พฤติกรรมหลายๆ อย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิม
"แอ๊บแบ๊ว"  เป็นเหมือนอาการชนิดหนึ่ง ซึ่งจะนิยมกันในกลุ่มหญิงช่วงแรกสาว
  ไปจนถึงกลุ่มผู้ชายบางกลุ่ม หรือกลุ่มเพศที่สาม โดยสังเกตได้จาก
ยกตัวอย่างหน้าตาแบบนี้ 55 เด๋วคนอื่นเค้าจะหาว่า
กูว่าแต่คนอื่นไม่ด่าตัวเอง
 
1.ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
กลมบ้องแบ๊ว น่ารัก  ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่มาของแอ๊บแบ๊ว 
2.จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว  คือเครื่องสำอางเกี่ยวกับดวงตา
อาทิ ที่ดัดขนตา มาสคารา หรือคอนแทคเลนส์ตาโต
3.ชอบทำแก้มป่อง(อันนี้กูก้ชอบทำนะ55) และที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด 
จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด
ทำอย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระมากที่สุด เช่น จริงเหรอ เป็น จิ๊ง-ง๋ออออ, ใช่ไหม เป็น ชิเมะ
หรือ ชิป่ะ, คือว่า เป็น คิบับ หรือ คิ่แบ๊บ ส่วนในรูปประโยคก็มีการดัดเพิ่มขึ้นไปอีก 
เช่น  ประโยค "อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆ   
ไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย  เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ" ก็จะพูดเป็น
"ฮั้ย สัสดีแกร มะได้เจอกึนนานม้ากกก คิถือซูดซู้ดดด
ไปกินค้าวที่ซิหยามกึนเมะ เด๋วพี่ชายเราปะส่งแหระ"

ความแอ๊บแบ๊วแบบนี้  ปัจจุบันพบเห็นกันได้มากในสังคม 
โดยเฉพาะตามสถานที่รวมวัยรุ่น ในโรงเรียน หรือเมื่อวัยรุ่นอยู่กันเป็นกลุ่มๆ
  ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้ นางลัดดา ตั้งสุภาชัย  หัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
ชี้แจงว่า อาการนี้เป็น "จริต" อย่างหนึ่งของผู้หญิง แต่เป็นแบบที่เกินงาม
"ที่พูดกันถึงแอ๊บแบ๊ว ก็ได้ยินมาเหมือนกัน อาการพวกนี้เป็นเหมือนจริตอย่างหนึ่ง
และเป็นแฟชั่นด้วย พูดได้ว่าเป็นกระแสของยุคนี้ เมื่อก่อนอาจจะมีอีกอย่างหนึ่ง
  แต่ตอนนี้เป็นแอ๊บแบ๊ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดอย่างนี้  คือเด็กไม่รู้ในความถูกต้อง 
ไม่มีสำนึกในสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งเรื่องคำพูด และการกระทำตัว
เห็นคนอื่นทำก็ทำตาม ซึมซับไปกับสังคม"
นางลัดดากล่าวต่อว่า  พฤติกรรม  "แอ๊บแบ๊ว" ถ้าพูดกันตรงๆ
ยังถือว่าไม่แรงมาก เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง
ในทางที่ผิดของสังคมเท่านั้น  สังคมสมัยนี้เป็นสังคมตาบอดสี 
เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ทางแก้คือสังคมต้องตระหนักว่า
จะทำอย่างไรให้เด็กซึมซับกระแสต่างๆ    ที่เข้ามาอย่างมีสำนึก ซึมซับอย่างมีความรู้
เลือกซึมซับแต่สิ่งที่ดี  สิ่งที่ถูกต้อง ซึมซับแต่พอดี  ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป 
และจะต้องไม่โทษว่าเป็นความผิดของใคร  ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง โรงเรียน หรือสังคม
แต่ทุกส่วนต้องช่วยกัน ผู้ใหญ่ต้องใส่ใจเด็กให้มากขึ้น โดยเฉพาะโลกของเด็กๆ
  ความคิดของเด็ก ต้องเปิดกว้าง เข้าถึงความคิดและจิตใจของเด็ก
เพื่อที่จะสอนและให้ความรู้ที่ถูกต้องต่อไป.
ไอ้ที่ให้ดูมาเนี่ยย กูก้เป็นบ้างน๊ะเว่ยแต่บางอันมันก้ไม่ใช่
อย่างที่เค้าบอกว่า
เด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก ?
สำหรับกูเนี่ยกูไม่ใช่คนเรียบร้อยไงกูก้แรดๆอย่างนี้ของกู
ไม่ใช่พวกที่ทำตัวเรียบร้อยแล้วเปนอย่างที่เค้าว่า ส่วนเรื่องชอบของ
อะไรที่น่ารักเนี่ยย ผู้หญิงที่ไหนมันก้เป็นกันกูคนนึงก็เป็น
ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ?
ดวงตาของกูเป็นงี้มาตั้งแต่เกิดมิได้เสริมอารายเลย
แค่เบิ่งตาก็แบ๊วได้ 55
จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว? 
กูก้มีน๊ะที่ดัดขนตา มาสคาร่าไรงี้แต่เค้าก้มีกันทั่วไป
ถ้ามันถึงวัยที่ควรแต่งก้แต่ง การต่อขนตาก้มีกันบ้าง 55
ชอบทำแก้มป่อง?
อันนี้ก้นิดนึงน่า แหมมก้มีกันบ้าง 55
ที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด  จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด?
ไอ้เรื่องพูดอะกูก้มีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง
ชิมิ 55 งี้เปนต้น แต่เรื่องดัดสียงเนี่ยไม่ทำนะ  ถ้าจะดัดเสียง
พูดกะคนอื่นแล้วต้องดูน่ารัก กูไม่ทำอะ เสียงก้แป๋นๆงี้ไม่ได้ดัดค๊ะ 
55ก็ดูกันขำขำ แต่ตอนนี้กระแสแอ๊บแบ๊วกำลังมาแรงจิงๆ
ระบาดกันให้ทั่วเมืองงง 55 แพร่มาถึงมหาลัย 55
 
รึว่าเค้านั้นเสแสร้งก็ไม่รู้
เพราะหน้าตาเค้าดูดีดูไม่มีพิษภัย
เมลนี้อีแป้งzzmส่งมาให้ เอ๊ะมันหลอกด่ากูทางอ้อมรึป่าววว ??
555555555555555
แต่กูว่าที่เค้าเขียนมาเนี่ยตรงดีว๊ะ เอามาให้ดูกัน
เผื่อคนส่วนใหย่จะไม่ได้เมลนี้ อิอิ
มันเป็นกระแสที่ตอนนี้สังคมกำลังจับตามอง
กูไม่ได้เขียนขึ้นมาเองน๊า
อ้างอิงจากhotmail !!

"แอ๊บแบ๊ว" น่ารัก หรือดัดจริตจนเกินงาม
เด็กไทยรุ่นใหม่ติดพฤติกรรมนี้ ต้องทำหน้าตาบ้องแบ๊ว
พูดจาบีบเสียง ไม่ชัดถ้อยชัดคำ กลุ่มเฝ้าระวังชี้เป็นพฤติกรรมซึมซับ
เนื่องจากสังคมไทยยุคนี้ตาบอดสี แนะผู้ใหญ่ต้องไม่โทษกันและต้องเปิดใจกว้าง
เข้าไปอยู่ในโลกของเด็กบ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจและหาทางแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระแสคิกขุอาโนเนะเกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศไทย
โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก
เป็นเทรนด์ที่เลียนแบบมาจากวัยรุ่นญี่ปุ่น  แต่ในปัจจุบันกระแสนี้กลับเปลี่ยนไป
โดยหลายคนอาจจะเคยได้ยินคือ "แอ๊บแบ๊ว"
แต่พฤติกรรมหลายๆ อย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิม
"แอ๊บแบ๊ว"  เป็นเหมือนอาการชนิดหนึ่ง ซึ่งจะนิยมกันในกลุ่มหญิงช่วงแรกสาว
  ไปจนถึงกลุ่มผู้ชายบางกลุ่ม หรือกลุ่มเพศที่สาม โดยสังเกตได้จาก
ยกตัวอย่างหน้าตาแบบนี้ 55 เด๋วคนอื่นเค้าจะหาว่า
กูว่าแต่คนอื่นไม่ด่าตัวเอง
 
1.ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
กลมบ้องแบ๊ว น่ารัก  ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่มาของแอ๊บแบ๊ว 
2.จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว  คือเครื่องสำอางเกี่ยวกับดวงตา
อาทิ ที่ดัดขนตา มาสคารา หรือคอนแทคเลนส์ตาโต
3.ชอบทำแก้มป่อง(อันนี้กูก้ชอบทำนะ55) และที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด 
จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด
ทำอย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระมากที่สุด เช่น จริงเหรอ เป็น จิ๊ง-ง๋ออออ, ใช่ไหม เป็น ชิเมะ
หรือ ชิป่ะ, คือว่า เป็น คิบับ หรือ คิ่แบ๊บ ส่วนในรูปประโยคก็มีการดัดเพิ่มขึ้นไปอีก 
เช่น  ประโยค "อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆ   
ไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย  เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ" ก็จะพูดเป็น
"ฮั้ย สัสดีแกร มะได้เจอกึนนานม้ากกก คิถือซูดซู้ดดด
ไปกินค้าวที่ซิหยามกึนเมะ เด๋วพี่ชายเราปะส่งแหระ"

ความแอ๊บแบ๊วแบบนี้  ปัจจุบันพบเห็นกันได้มากในสังคม 
โดยเฉพาะตามสถานที่รวมวัยรุ่น ในโรงเรียน หรือเมื่อวัยรุ่นอยู่กันเป็นกลุ่มๆ
  ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้ นางลัดดา ตั้งสุภาชัย  หัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
ชี้แจงว่า อาการนี้เป็น "จริต" อย่างหนึ่งของผู้หญิง แต่เป็นแบบที่เกินงาม
"ที่พูดกันถึงแอ๊บแบ๊ว ก็ได้ยินมาเหมือนกัน อาการพวกนี้เป็นเหมือนจริตอย่างหนึ่ง
และเป็นแฟชั่นด้วย พูดได้ว่าเป็นกระแสของยุคนี้ เมื่อก่อนอาจจะมีอีกอย่างหนึ่ง
  แต่ตอนนี้เป็นแอ๊บแบ๊ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดอย่างนี้  คือเด็กไม่รู้ในความถูกต้อง 
ไม่มีสำนึกในสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งเรื่องคำพูด และการกระทำตัว
เห็นคนอื่นทำก็ทำตาม ซึมซับไปกับสังคม"
นางลัดดากล่าวต่อว่า  พฤติกรรม  "แอ๊บแบ๊ว" ถ้าพูดกันตรงๆ
ยังถือว่าไม่แรงมาก เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง
ในทางที่ผิดของสังคมเท่านั้น  สังคมสมัยนี้เป็นสังคมตาบอดสี 
เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ทางแก้คือสังคมต้องตระหนักว่า
จะทำอย่างไรให้เด็กซึมซับกระแสต่างๆ    ที่เข้ามาอย่างมีสำนึก ซึมซับอย่างมีความรู้
เลือกซึมซับแต่สิ่งที่ดี  สิ่งที่ถูกต้อง ซึมซับแต่พอดี  ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป 
และจะต้องไม่โทษว่าเป็นความผิดของใคร  ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง โรงเรียน หรือสังคม
แต่ทุกส่วนต้องช่วยกัน ผู้ใหญ่ต้องใส่ใจเด็กให้มากขึ้น โดยเฉพาะโลกของเด็กๆ
  ความคิดของเด็ก ต้องเปิดกว้าง เข้าถึงความคิดและจิตใจของเด็ก
เพื่อที่จะสอนและให้ความรู้ที่ถูกต้องต่อไป.
ไอ้ที่ให้ดูมาเนี่ยย กูก้เป็นบ้างน๊ะเว่ยแต่บางอันมันก้ไม่ใช่
อย่างที่เค้าบอกว่า
เด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก ?
สำหรับกูเนี่ยกูไม่ใช่คนเรียบร้อยไงกูก้แรดๆอย่างนี้ของกู
ไม่ใช่พวกที่ทำตัวเรียบร้อยแล้วเปนอย่างที่เค้าว่า ส่วนเรื่องชอบของ
อะไรที่น่ารักเนี่ยย ผู้หญิงที่ไหนมันก้เป็นกันกูคนนึงก็เป็น
ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ?
ดวงตาของกูเป็นงี้มาตั้งแต่เกิดมิได้เสริมอารายเลย
แค่เบิ่งตาก็แบ๊วได้ 55
จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว? 
กูก้มีน๊ะที่ดัดขนตา มาสคาร่าไรงี้แต่เค้าก้มีกันทั่วไป
ถ้ามันถึงวัยที่ควรแต่งก้แต่ง การต่อขนตาก้มีกันบ้าง 55
ชอบทำแก้มป่อง?
อันนี้ก้นิดนึงน่า แหมมก้มีกันบ้าง 55
ที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด  จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด?
ไอ้เรื่องพูดอะกูก้มีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง
ชิมิ 55 งี้เปนต้น แต่เรื่องดัดสียงเนี่ยไม่ทำนะ  ถ้าจะดัดเสียง
พูดกะคนอื่นแล้วต้องดูน่ารัก กูไม่ทำอะ เสียงก้แป๋นๆงี้ไม่ได้ดัดค๊ะ 
55ก็ดูกันขำขำ แต่ตอนนี้กระแสแอ๊บแบ๊วกำลังมาแรงจิงๆ
ระบาดกันให้ทั่วเมืองงง 55 แพร่มาถึงมหาลัย 55
 
รึว่าเค้านั้นเสแสร้งก็ไม่รู้
เพราะหน้าตาเค้าดูดีดูไม่มีพิษภัย

15 ขวบของ
ด.ญ.เจกิตาน์ พงษ์ธนดิษฐ์
(เต็มยศไปป่าวว๊ะ 55)
แฮปปี้เบิ๊ดเดย์ยัยเจกี้ซ์ของพี่กิ๊กซ์ แหะแหะ
15 ขวบบแล้ว นี่มึงยังเป็นเด็กหญิงหรอเนี่ยย
โหยยเด็กไปป๊ะ คิคิ มะไหร่จะเป็นางสาวเจกิตาน์ล๊ะ
พี่นึกว่าครบรอบ16ไรงี้แบบว่าหนาไปละไง จ๊ากกพี่ล้อเล่น
อะเควันนี้วันของเจ !!!
พี่ทำห้ายยยยเจ

15ขวบถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ อย่าลืมไปทำบัตรประชาชนละ
จะได้ไม่ต้องหนีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอีก 55 ล้อเล่นน
เด็กน้อยยย ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ รักกับออยนานๆ
เด็กน้อยต้องเชื่อฟังพี่ๆๆ 55 ที่น่ารัก 55
เด็กน้อยอย่าติด i เยอะล๊ะถ้าติดขึ้นมาแล้วจะรู้ว่านรกมีจริงที่บด.3
เด็กน้อยเมื่อไหร่จะขาววว 55
เด็กน้อยต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนนะรู้ป่าว
เด็กน้อยต้องเป็นตัวของตัวเอง ยืนหยัดไว้ !!
เด็กน้อยห้ามนอกใจพี่ไปอยู่สังกัดอื่นไม่งั้นเราจบกัน 55
พี่คิดว่าเราคงจะได้เจอกันแต่เมื่อไหร่พี่ไม่รู้แล้วแต่
พรหมลิขิตละกันน๊ะ 55 สุดท้ายเด็กโตรักเด็กน้อยจ๊ะ
ปล.*
- ไดหน้านี้ไม่ค่อยจะเหมาะกับมึงเล๊ยยย
- พี่ทำซะชมพูจ๋า เลยยย
- แล้วดูเพลงดิ โอ้โหวว ใสใสกิ๊งเลย
- เอาน่า นิดนึง
- มีความสุขมากๆน๊ะจ๊ะ
- พี่ปรับเวลาให้เป็น00(เที่ยงคืน)21(วันเกิดมึง)06(เดือนเกิด)
- 55 5 5เสี่ยวไปป๊ะ
เมลนี้อีแป้งzzmส่งมาให้ เอ๊ะมันหลอกด่ากูทางอ้อมรึป่าววว ??
555555555555555
แต่กูว่าที่เค้าเขียนมาเนี่ยตรงดีว๊ะ เอามาให้ดูกัน
เผื่อคนส่วนใหย่จะไม่ได้เมลนี้ อิอิ
มันเป็นกระแสที่ตอนนี้สังคมกำลังจับตามอง
กูไม่ได้เขียนขึ้นมาเองน๊า
อ้างอิงจากhotmail !!

"แอ๊บแบ๊ว" น่ารัก หรือดัดจริตจนเกินงาม
เด็กไทยรุ่นใหม่ติดพฤติกรรมนี้ ต้องทำหน้าตาบ้องแบ๊ว
พูดจาบีบเสียง ไม่ชัดถ้อยชัดคำ กลุ่มเฝ้าระวังชี้เป็นพฤติกรรมซึมซับ
เนื่องจากสังคมไทยยุคนี้ตาบอดสี แนะผู้ใหญ่ต้องไม่โทษกันและต้องเปิดใจกว้าง
เข้าไปอยู่ในโลกของเด็กบ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจและหาทางแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระแสคิกขุอาโนเนะเกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศไทย
โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก
เป็นเทรนด์ที่เลียนแบบมาจากวัยรุ่นญี่ปุ่น  แต่ในปัจจุบันกระแสนี้กลับเปลี่ยนไป
โดยหลายคนอาจจะเคยได้ยินคือ "แอ๊บแบ๊ว"
แต่พฤติกรรมหลายๆ อย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิม
"แอ๊บแบ๊ว"  เป็นเหมือนอาการชนิดหนึ่ง ซึ่งจะนิยมกันในกลุ่มหญิงช่วงแรกสาว
  ไปจนถึงกลุ่มผู้ชายบางกลุ่ม หรือกลุ่มเพศที่สาม โดยสังเกตได้จาก
ยกตัวอย่างหน้าตาแบบนี้ 55 เด๋วคนอื่นเค้าจะหาว่า
กูว่าแต่คนอื่นไม่ด่าตัวเอง
 
1.ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
กลมบ้องแบ๊ว น่ารัก  ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่มาของแอ๊บแบ๊ว 
2.จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว  คือเครื่องสำอางเกี่ยวกับดวงตา
อาทิ ที่ดัดขนตา มาสคารา หรือคอนแทคเลนส์ตาโต
3.ชอบทำแก้มป่อง(อันนี้กูก้ชอบทำนะ55) และที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด 
จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด
ทำอย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระมากที่สุด เช่น จริงเหรอ เป็น จิ๊ง-ง๋ออออ, ใช่ไหม เป็น ชิเมะ
หรือ ชิป่ะ, คือว่า เป็น คิบับ หรือ คิ่แบ๊บ ส่วนในรูปประโยคก็มีการดัดเพิ่มขึ้นไปอีก 
เช่น  ประโยค "อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆ   
ไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย  เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ" ก็จะพูดเป็น
"ฮั้ย สัสดีแกร มะได้เจอกึนนานม้ากกก คิถือซูดซู้ดดด
ไปกินค้าวที่ซิหยามกึนเมะ เด๋วพี่ชายเราปะส่งแหระ"

ความแอ๊บแบ๊วแบบนี้  ปัจจุบันพบเห็นกันได้มากในสังคม 
โดยเฉพาะตามสถานที่รวมวัยรุ่น ในโรงเรียน หรือเมื่อวัยรุ่นอยู่กันเป็นกลุ่มๆ
  ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้ นางลัดดา ตั้งสุภาชัย  หัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
ชี้แจงว่า อาการนี้เป็น "จริต" อย่างหนึ่งของผู้หญิง แต่เป็นแบบที่เกินงาม
"ที่พูดกันถึงแอ๊บแบ๊ว ก็ได้ยินมาเหมือนกัน อาการพวกนี้เป็นเหมือนจริตอย่างหนึ่ง
และเป็นแฟชั่นด้วย พูดได้ว่าเป็นกระแสของยุคนี้ เมื่อก่อนอาจจะมีอีกอย่างหนึ่ง
  แต่ตอนนี้เป็นแอ๊บแบ๊ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดอย่างนี้  คือเด็กไม่รู้ในความถูกต้อง 
ไม่มีสำนึกในสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งเรื่องคำพูด และการกระทำตัว
เห็นคนอื่นทำก็ทำตาม ซึมซับไปกับสังคม"
นางลัดดากล่าวต่อว่า  พฤติกรรม  "แอ๊บแบ๊ว" ถ้าพูดกันตรงๆ
ยังถือว่าไม่แรงมาก เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง
ในทางที่ผิดของสังคมเท่านั้น  สังคมสมัยนี้เป็นสังคมตาบอดสี 
เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ทางแก้คือสังคมต้องตระหนักว่า
จะทำอย่างไรให้เด็กซึมซับกระแสต่างๆ    ที่เข้ามาอย่างมีสำนึก ซึมซับอย่างมีความรู้
เลือกซึมซับแต่สิ่งที่ดี  สิ่งที่ถูกต้อง ซึมซับแต่พอดี  ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป 
และจะต้องไม่โทษว่าเป็นความผิดของใคร  ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง โรงเรียน หรือสังคม
แต่ทุกส่วนต้องช่วยกัน ผู้ใหญ่ต้องใส่ใจเด็กให้มากขึ้น โดยเฉพาะโลกของเด็กๆ
  ความคิดของเด็ก ต้องเปิดกว้าง เข้าถึงความคิดและจิตใจของเด็ก
เพื่อที่จะสอนและให้ความรู้ที่ถูกต้องต่อไป.
ไอ้ที่ให้ดูมาเนี่ยย กูก้เป็นบ้างน๊ะเว่ยแต่บางอันมันก้ไม่ใช่
อย่างที่เค้าบอกว่า
เด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก ?
สำหรับกูเนี่ยกูไม่ใช่คนเรียบร้อยไงกูก้แรดๆอย่างนี้ของกู
ไม่ใช่พวกที่ทำตัวเรียบร้อยแล้วเปนอย่างที่เค้าว่า ส่วนเรื่องชอบของ
อะไรที่น่ารักเนี่ยย ผู้หญิงที่ไหนมันก้เป็นกันกูคนนึงก็เป็น
ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ?
ดวงตาของกูเป็นงี้มาตั้งแต่เกิดมิได้เสริมอารายเลย
แค่เบิ่งตาก็แบ๊วได้ 55
จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว? 
กูก้มีน๊ะที่ดัดขนตา มาสคาร่าไรงี้แต่เค้าก้มีกันทั่วไป
ถ้ามันถึงวัยที่ควรแต่งก้แต่ง การต่อขนตาก้มีกันบ้าง 55
ชอบทำแก้มป่อง?
อันนี้ก้นิดนึงน่า แหมมก้มีกันบ้าง 55
ที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด  จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด?
ไอ้เรื่องพูดอะกูก้มีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง
ชิมิ 55 งี้เปนต้น แต่เรื่องดัดสียงเนี่ยไม่ทำนะ  ถ้าจะดัดเสียง
พูดกะคนอื่นแล้วต้องดูน่ารัก กูไม่ทำอะ เสียงก้แป๋นๆงี้ไม่ได้ดัดค๊ะ 
55ก็ดูกันขำขำ แต่ตอนนี้กระแสแอ๊บแบ๊วกำลังมาแรงจิงๆ
ระบาดกันให้ทั่วเมืองงง 55 แพร่มาถึงมหาลัย 55
 
รึว่าเค้านั้นเสแสร้งก็ไม่รู้
เพราะหน้าตาเค้าดูดีดูไม่มีพิษภัย

15 ขวบของ
ด.ญ.เจกิตาน์ พงษ์ธนดิษฐ์
(เต็มยศไปป่าวว๊ะ 55)
แฮปปี้เบิ๊ดเดย์ยัยเจกี้ซ์ของพี่กิ๊กซ์ แหะแหะ
15 ขวบบแล้ว นี่มึงยังเป็นเด็กหญิงหรอเนี่ยย
โหยยเด็กไปป๊ะ คิคิ มะไหร่จะเป็นางสาวเจกิตาน์ล๊ะ
พี่นึกว่าครบรอบ16ไรงี้แบบว่าหนาไปละไง จ๊ากกพี่ล้อเล่น
อะเควันนี้วันของเจ !!!
พี่ทำห้ายยยยเจ

15ขวบถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ อย่าลืมไปทำบัตรประชาชนละ
จะได้ไม่ต้องหนีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอีก 55 ล้อเล่นน
เด็กน้อยยย ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ รักกับออยนานๆ
เด็กน้อยต้องเชื่อฟังพี่ๆๆ 55 ที่น่ารัก 55
เด็กน้อยอย่าติด i เยอะล๊ะถ้าติดขึ้นมาแล้วจะรู้ว่านรกมีจริงที่บด.3
เด็กน้อยเมื่อไหร่จะขาววว 55
เด็กน้อยต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนนะรู้ป่าว
เด็กน้อยต้องเป็นตัวของตัวเอง ยืนหยัดไว้ !!
เด็กน้อยห้ามนอกใจพี่ไปอยู่สังกัดอื่นไม่งั้นเราจบกัน 55
พี่คิดว่าเราคงจะได้เจอกันแต่เมื่อไหร่พี่ไม่รู้แล้วแต่
พรหมลิขิตละกันน๊ะ 55 สุดท้ายเด็กโตรักเด็กน้อยจ๊ะ
ปล.*
- ไดหน้านี้ไม่ค่อยจะเหมาะกับมึงเล๊ยยย
- พี่ทำซะชมพูจ๋า เลยยย
- แล้วดูเพลงดิ โอ้โหวว ใสใสกิ๊งเลย
- เอาน่า นิดนึง
- มีความสุขมากๆน๊ะจ๊ะ
- พี่ปรับเวลาให้เป็น00(เที่ยงคืน)21(วันเกิดมึง)06(เดือนเกิด)
- 55 5 5เสี่ยวไปป๊ะ
แถ่มแถ๊มมมมมมมมมมมมม
วันนี้กูจะมาเล่าเรื่องราวความร่านนของ
ผู้หญิง3คนให้ฟังกัน !!
ฮ่าฮ่าฮ่า 3 คนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
ซีล่าห์ กิ๊กกี้ซ์ ลูกไข่   
เรื่องมันมีอยู่ว่า . . .. .
มะวันอังคารเรา3สาวไปแรดกันที่เซนลาดกัน
ระหว่างทางที่ไปก็เมาท์แตกกันในรถแข่งกับเสียงเพลง
ที่อีซ่ามันเปิด(ดังมาก55)ก้พอไปถึงทางเข้าที่จอดรถ
ตรงแถวๆหน้าหอวัง รถติดมากกก ซ่าก้บอกพวกมึงดูรถSUBARU
(ไม่ใช่รถซูหรือที่เค้าเรียกว่ารถกะป้อนะ55)
แต่งสีดำครบเครื่องรึป่าวอันนี้ไม่แน่ใจ 55
กูด้วยค.ร่านก็หันควับเลยค๊ะ อุ๊ยตายยผู้ชายขับ 55
ละคราวนี้เล็นขวามันว่างรถคันนั้นก้เลยหักขวาแซงพวกกู
ขึ้นมา จอดชะลอเทียบข้างรถพวกกูเพื่ออ่อย 55
เท่านั้นละ พอเค้าแซงไปปุ๊ป พวกกูนี่แบบ กรี๊ดดดดดดด
พร้อมกันเลยค๊ะ พร้อมใจกันกรี๊ดดดดด 5 55 แรดจิง
พวกกูแอบติดใจคนนั่งข้างคนขับกันอะ !!
ละคราวนี้ก้เปลี่ยนที่กันละ พวกกูตามบ้าง
ขับตามไปถึงที่จอดรถเลยค๊ะ ด้วยความร่านจัด 55
เท่านั้นยังไม่พอ เค้าได้ที่จอดรถแล้ว พวกกูก้วนหาที่จอดอยู่
แล้วยามก็เลยโบกให้ไปจอดหน้ารถเค้า 55 ยามเป็นใจ
เค้าก้มายืนชี้ๆๆว่าจอดตรงนี้สิ แต่อีซ่ามันขี้เกียดจอด
เพราะที่มันแคบ ก้เลยไปจอดอีกที่นึงใกล้ๆกัน
พอลงจากรถพวกนั้นก้มีการ ยืนรออีกนะคะ โคดอ่อยอะ
รอให้พวกกูเดินมาก่อน ละเค้าก้เดินตาม 55
พอถึงในห้างรีบเข้าห้องน้ำด่วนนน เพื่อ.. 55
แต่เพื่อนเค้าอีกคนเข้าห้องน้ำอยู่
จะให้พวกกูยืนรอก้กะไรอยู่ ก้เลยเดินไปเลย
เสียดายว๊ะน่าจะช้ากว่านี้นิดนึง ไม่งั้นเสร็จอีซ่าไปละ 55
แค่นี้ละที่จะเล่าให้ฟัง 555 5
เพลงนี้กูจะสื่ออะไร 55 บ้าหรอ ??
แหมทำอย่างกะไม่เคยร่านกัน กูไม่เชื่อหรอก
เป็นผู้หญิงเต็มตัวจะต้องรู้จักความร่านนน 5555
แต่พวกกูอยู่ในกรอบนะคะ 55
จบการรายงานความร่าน !!!
ศุกร์นี้กูอยากไปเอสคูโด้กับพวกมึงวะ ฮือออ 55
เมลนี้อีแป้งzzmส่งมาให้ เอ๊ะมันหลอกด่ากูทางอ้อมรึป่าววว ??
555555555555555
แต่กูว่าที่เค้าเขียนมาเนี่ยตรงดีว๊ะ เอามาให้ดูกัน
เผื่อคนส่วนใหย่จะไม่ได้เมลนี้ อิอิ
มันเป็นกระแสที่ตอนนี้สังคมกำลังจับตามอง
กูไม่ได้เขียนขึ้นมาเองน๊า
อ้างอิงจากhotmail !!

"แอ๊บแบ๊ว" น่ารัก หรือดัดจริตจนเกินงาม
เด็กไทยรุ่นใหม่ติดพฤติกรรมนี้ ต้องทำหน้าตาบ้องแบ๊ว
พูดจาบีบเสียง ไม่ชัดถ้อยชัดคำ กลุ่มเฝ้าระวังชี้เป็นพฤติกรรมซึมซับ
เนื่องจากสังคมไทยยุคนี้ตาบอดสี แนะผู้ใหญ่ต้องไม่โทษกันและต้องเปิดใจกว้าง
เข้าไปอยู่ในโลกของเด็กบ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจและหาทางแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระแสคิกขุอาโนเนะเกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศไทย
โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก
เป็นเทรนด์ที่เลียนแบบมาจากวัยรุ่นญี่ปุ่น  แต่ในปัจจุบันกระแสนี้กลับเปลี่ยนไป
โดยหลายคนอาจจะเคยได้ยินคือ "แอ๊บแบ๊ว"
แต่พฤติกรรมหลายๆ อย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิม
"แอ๊บแบ๊ว"  เป็นเหมือนอาการชนิดหนึ่ง ซึ่งจะนิยมกันในกลุ่มหญิงช่วงแรกสาว
  ไปจนถึงกลุ่มผู้ชายบางกลุ่ม หรือกลุ่มเพศที่สาม โดยสังเกตได้จาก
ยกตัวอย่างหน้าตาแบบนี้ 55 เด๋วคนอื่นเค้าจะหาว่า
กูว่าแต่คนอื่นไม่ด่าตัวเอง
 
1.ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
กลมบ้องแบ๊ว น่ารัก  ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่มาของแอ๊บแบ๊ว 
2.จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว  คือเครื่องสำอางเกี่ยวกับดวงตา
อาทิ ที่ดัดขนตา มาสคารา หรือคอนแทคเลนส์ตาโต
3.ชอบทำแก้มป่อง(อันนี้กูก้ชอบทำนะ55) และที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด 
จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด
ทำอย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระมากที่สุด เช่น จริงเหรอ เป็น จิ๊ง-ง๋ออออ, ใช่ไหม เป็น ชิเมะ
หรือ ชิป่ะ, คือว่า เป็น คิบับ หรือ คิ่แบ๊บ ส่วนในรูปประโยคก็มีการดัดเพิ่มขึ้นไปอีก 
เช่น  ประโยค "อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆ   
ไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย  เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ" ก็จะพูดเป็น
"ฮั้ย สัสดีแกร มะได้เจอกึนนานม้ากกก คิถือซูดซู้ดดด
ไปกินค้าวที่ซิหยามกึนเมะ เด๋วพี่ชายเราปะส่งแหระ"

ความแอ๊บแบ๊วแบบนี้  ปัจจุบันพบเห็นกันได้มากในสังคม 
โดยเฉพาะตามสถานที่รวมวัยรุ่น ในโรงเรียน หรือเมื่อวัยรุ่นอยู่กันเป็นกลุ่มๆ
  ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้ นางลัดดา ตั้งสุภาชัย  หัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
ชี้แจงว่า อาการนี้เป็น "จริต" อย่างหนึ่งของผู้หญิง แต่เป็นแบบที่เกินงาม
"ที่พูดกันถึงแอ๊บแบ๊ว ก็ได้ยินมาเหมือนกัน อาการพวกนี้เป็นเหมือนจริตอย่างหนึ่ง
และเป็นแฟชั่นด้วย พูดได้ว่าเป็นกระแสของยุคนี้ เมื่อก่อนอาจจะมีอีกอย่างหนึ่ง
  แต่ตอนนี้เป็นแอ๊บแบ๊ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดอย่างนี้  คือเด็กไม่รู้ในความถูกต้อง 
ไม่มีสำนึกในสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งเรื่องคำพูด และการกระทำตัว
เห็นคนอื่นทำก็ทำตาม ซึมซับไปกับสังคม"
นางลัดดากล่าวต่อว่า  พฤติกรรม  "แอ๊บแบ๊ว" ถ้าพูดกันตรงๆ
ยังถือว่าไม่แรงมาก เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง
ในทางที่ผิดของสังคมเท่านั้น  สังคมสมัยนี้เป็นสังคมตาบอดสี 
เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ทางแก้คือสังคมต้องตระหนักว่า
จะทำอย่างไรให้เด็กซึมซับกระแสต่างๆ    ที่เข้ามาอย่างมีสำนึก ซึมซับอย่างมีความรู้
เลือกซึมซับแต่สิ่งที่ดี  สิ่งที่ถูกต้อง ซึมซับแต่พอดี  ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป 
และจะต้องไม่โทษว่าเป็นความผิดของใคร  ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง โรงเรียน หรือสังคม
แต่ทุกส่วนต้องช่วยกัน ผู้ใหญ่ต้องใส่ใจเด็กให้มากขึ้น โดยเฉพาะโลกของเด็กๆ
  ความคิดของเด็ก ต้องเปิดกว้าง เข้าถึงความคิดและจิตใจของเด็ก
เพื่อที่จะสอนและให้ความรู้ที่ถูกต้องต่อไป.
ไอ้ที่ให้ดูมาเนี่ยย กูก้เป็นบ้างน๊ะเว่ยแต่บางอันมันก้ไม่ใช่
อย่างที่เค้าบอกว่า
เด็กผู้หญิง  ซึ่งจะทำตัวเรียบร้อย น่ารัก ชอบของอะไรที่น่ารัก ?
สำหรับกูเนี่ยกูไม่ใช่คนเรียบร้อยไงกูก้แรดๆอย่างนี้ของกู
ไม่ใช่พวกที่ทำตัวเรียบร้อยแล้วเปนอย่างที่เค้าว่า ส่วนเรื่องชอบของ
อะไรที่น่ารักเนี่ยย ผู้หญิงที่ไหนมันก้เป็นกันกูคนนึงก็เป็น
ดวงตา จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ?
ดวงตาของกูเป็นงี้มาตั้งแต่เกิดมิได้เสริมอารายเลย
แค่เบิ่งตาก็แบ๊วได้ 55
จะมีอุปกรณ์เสริมความบ้องแบ๊ว? 
กูก้มีน๊ะที่ดัดขนตา มาสคาร่าไรงี้แต่เค้าก้มีกันทั่วไป
ถ้ามันถึงวัยที่ควรแต่งก้แต่ง การต่อขนตาก้มีกันบ้าง 55
ชอบทำแก้มป่อง?
อันนี้ก้นิดนึงน่า แหมมก้มีกันบ้าง 55
ที่สำคัญคือเสียงและแนวการพูด  จะต้องดัดเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ  แล้วก็พูดไม่ค่อยชัด?
ไอ้เรื่องพูดอะกูก้มีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง
ชิมิ 55 งี้เปนต้น แต่เรื่องดัดสียงเนี่ยไม่ทำนะ  ถ้าจะดัดเสียง
พูดกะคนอื่นแล้วต้องดูน่ารัก กูไม่ทำอะ เสียงก้แป๋นๆงี้ไม่ได้ดัดค๊ะ 
55ก็ดูกันขำขำ แต่ตอนนี้กระแสแอ๊บแบ๊วกำลังมาแรงจิงๆ
ระบาดกันให้ทั่วเมืองงง 55 แพร่มาถึงมหาลัย 55
 
รึว่าเค้านั้นเสแสร้งก็ไม่รู้
เพราะหน้าตาเค้าดูดีดูไม่มีพิษภัย

15 ขวบของ
ด.ญ.เจกิตาน์ พงษ์ธนดิษฐ์
(เต็มยศไปป่าวว๊ะ 55)
แฮปปี้เบิ๊ดเดย์ยัยเจกี้ซ์ของพี่กิ๊กซ์ แหะแหะ
15 ขวบบแล้ว นี่มึงยังเป็นเด็กหญิงหรอเนี่ยย
โหยยเด็กไปป๊ะ คิคิ มะไหร่จะเป็นางสาวเจกิตาน์ล๊ะ
พี่นึกว่าครบรอบ16ไรงี้แบบว่าหนาไปละไง จ๊ากกพี่ล้อเล่น
อะเควันนี้วันของเจ !!!
พี่ทำห้ายยยยเจ

15ขวบถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ อย่าลืมไปทำบัตรประชาชนละ
จะได้ไม่ต้องหนีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอีก 55 ล้อเล่นน
เด็กน้อยยย ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ รักกับออยนานๆ
เด็กน้อยต้องเชื่อฟังพี่ๆๆ 55 ที่น่ารัก 55
เด็กน้อยอย่าติด i เยอะล๊ะถ้าติดขึ้นมาแล้วจะรู้ว่านรกมีจริงที่บด.3
เด็กน้อยเมื่อไหร่จะขาววว 55
เด็กน้อยต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนนะรู้ป่าว
เด็กน้อยต้องเป็นตัวของตัวเอง ยืนหยัดไว้ !!
เด็กน้อยห้ามนอกใจพี่ไปอยู่สังกัดอื่นไม่งั้นเราจบกัน 55
พี่คิดว่าเราคงจะได้เจอกันแต่เมื่อไหร่พี่ไม่รู้แล้วแต่
พรหมลิขิตละกันน๊ะ 55 สุดท้ายเด็กโตรักเด็กน้อยจ๊ะ
ปล.*
- ไดหน้านี้ไม่ค่อยจะเหมาะกับมึงเล๊ยยย
- พี่ทำซะชมพูจ๋า เลยยย
- แล้วดูเพลงดิ โอ้โหวว ใสใสกิ๊งเลย
- เอาน่า นิดนึง
- มีความสุขมากๆน๊ะจ๊ะ
- พี่ปรับเวลาให้เป็น00(เที่ยงคืน)21(วันเกิดมึง)06(เดือนเกิด)
- 55 5 5เสี่ยวไปป๊ะ
แถ่มแถ๊มมมมมมมมมมมมม
วันนี้กูจะมาเล่าเรื่องราวความร่านนของ
ผู้หญิง3คนให้ฟังกัน !!
ฮ่าฮ่าฮ่า 3 คนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
ซีล่าห์ กิ๊กกี้ซ์ ลูกไข่   
เรื่องมันมีอยู่ว่า . . .. .
มะวันอังคารเรา3สาวไปแรดกันที่เซนลาดกัน
ระหว่างทางที่ไปก็เมาท์แตกกันในรถแข่งกับเสียงเพลง
ที่อีซ่ามันเปิด(ดังมาก55)ก้พอไปถึงทางเข้าที่จอดรถ
ตรงแถวๆหน้าหอวัง รถติดมากกก ซ่าก้บอกพวกมึงดูรถSUBARU
(ไม่ใช่รถซูหรือที่เค้าเรียกว่ารถกะป้อนะ55)
แต่งสีดำครบเครื่องรึป่าวอันนี้ไม่แน่ใจ 55
กูด้วยค.ร่านก็หันควับเลยค๊ะ อุ๊ยตายยผู้ชายขับ 55
ละคราวนี้เล็นขวามันว่างรถคันนั้นก้เลยหักขวาแซงพวกกู
ขึ้นมา จอดชะลอเทียบข้างรถพวกกูเพื่ออ่อย 55
เท่านั้นละ พอเค้าแซงไปปุ๊ป พวกกูนี่แบบ กรี๊ดดดดดดด
พร้อมกันเลยค๊ะ พร้อมใจกันกรี๊ดดดดด 5 55 แรดจิง
พวกกูแอบติดใจคนนั่งข้างคนขับกันอะ !!
ละคราวนี้ก้เปลี่ยนที่กันละ พวกกูตามบ้าง
ขับตามไปถึงที่จอดรถเลยค๊ะ ด้วยความร่านจัด 55
เท่านั้นยังไม่พอ เค้าได้ที่จอดรถแล้ว พวกกูก้วนหาที่จอดอยู่
แล้วยามก็เลยโบกให้ไปจอดหน้ารถเค้า 55 ยามเป็นใจ
เค้าก้มายืนชี้ๆๆว่าจอดตรงนี้สิ แต่อีซ่ามันขี้เกียดจอด
เพราะที่มันแคบ ก้เลยไปจอดอีกที่นึงใกล้ๆกัน
พอลงจากรถพวกนั้นก้มีการ ยืนรออีกนะคะ โคดอ่อยอะ
รอให้พวกกูเดินมาก่อน ละเค้าก้เดินตาม 55
พอถึงในห้างรีบเข้าห้องน้ำด่วนนน เพื่อ.. 55
แต่เพื่อนเค้าอีกคนเข้าห้องน้ำอยู่
จะให้พวกกูยืนรอก้กะไรอยู่ ก้เลยเดินไปเลย
เสียดายว๊ะน่าจะช้ากว่านี้นิดนึง ไม่งั้นเสร็จอีซ่าไปละ 55
แค่นี้ละที่จะเล่าให้ฟัง 555 5
เพลงนี้กูจะสื่ออะไร 55 บ้าหรอ ??
แหมทำอย่างกะไม่เคยร่านกัน กูไม่เชื่อหรอก
เป็นผู้หญิงเต็มตัวจะต้องรู้จักความร่านนน 5555
แต่พวกกูอยู่ในกรอบนะคะ 55
จบการรายงานความร่าน !!!
ศุกร์นี้กูอยากไปเอสคูโด้กับพวกมึงวะ ฮือออ 55